แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทรงจำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทรงจำ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เพลงรัก เพลงฮิต เพลงสากล เพลงที่ 2 ที่เข้ามาอยู่ในดวงใจ

Qผมได้ยินเพลงนี้ครั้งแรก ในตอนที่ผมและเพื่อนที่ชื่อ "กิ๊ก" ได้ไปนั่งดื่มกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวบ้านกิ๊ก ซึ่งเป็นร้านประจำของพวกเรา อยู่ตรงสวนผักซอย 32 ร้านติดริมคลองบรรยากาศดี มองไปเห็นสะพานกรุงนนท์ ช่วงหลังมีดนตรีสด และคาราโอเกะให้ลูกค้าขึ้นไปร้องประกอบกัน(เสียดายที่ร้านนี้ได้ปิดตัวลงไปแล้ว)

Q
เมื่อเรานักดื่มกันจนเข้าที่ ทางนักดนตรีก็ได้เชิญชวนลูกค้าให้ขึ้นมาร้องเพลง บวกกับทางเจ้าของร้านก็ได้ชักชวนกิ๊กเช่นกัน พอผ่านไปได้ซักพักกิ๊กทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว จึงได้ออกไปร้อง ด้วยสีหน้าที่เขินอายเล็กน้อย เพลงที่กิ๊กร้องเป็นเพลงที่ผมจะกล่าวถึง...

Qวันนั้นผมฟังกิ๊กร้องแล้วนึกถึงวง boyband พวก boyzone, westlife และก็จำได้แค่ท่อนฮุครางๆ nothing gon... you... ซักอย่าง พอกิ๊กร้องจบ ก็ไม่ได้ถามถึงชื่อเพลง หรือใครเป็นเจ้าของ เพราะยังไม่ได้รู้สึกติดใจซักเท่าไร และเมื่อเรามานั่งกินที่ร้านนี้หลายวันหรือหลายสัปดาห์ต่อมา กิ๊กก็ได้ร้องเพลงนี้อีกครั้ง!!! เรียกได้ว่าเป็นเพลงประจำตัวกิ๊กเลย ส่วนผมก็เริ่มคุ้นหูกับเพลงนี้มากขึ้น















ภาพที่กิ๊กร้องในวันนั้น (บังเอิญที่ผมถ่ายไว้ด้วยกล้องมือถือพอดี)

Q เมื่อผ่านมาไม่กี่สัปดาห์นี้ ผมได้ยินเพลงนี้อีกครั้งทางวิทยุออนไลน์ในระหว่างที่นั่งทำงาน พอเพลงเข้าท่อนฮุค ผมตะโกนออกมาในใจเลยว่า "เฮ้ย นี่มันเพลงที่ไอ้กิ๊กร้องนี่หว่า" และเมื่อได้ฟังในแบบที่มันเปิดจากแผ่น อารมณ์มันต่างจากที่คิดไว้ในตอนแรกเป็นอย่างมาก ทั้งเสียงร้อง ดนตรี เนื้อหา(แปลได้เฉพาะท่อนฮุค) ของเพลงนั้น ฟังแล้วจับใจมาก อารมณ์จะคล้ายกับการได้ฟังเพลงพี่เบิร์ดเก่าๆ พวก "ด้วยรักและผูกผัน" หรือ "หมอกและควัน" อะไรประมาณนั้น ประกอบกับจุดยืนของกิ๊กที่มีต่อเรื่องพวกนี้ที่เราคุยกัน ทำให้ผมอินเข้าไปใหญ่

เป็นที่มาและเรื่องราวความประทับใจในบทเพลงนี้ ก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในใจผม


Q
Nothing Gonna Change My Love For You
Glenn Mederios

(Original Version เป็นของ George Benson)
Q
If I had to live my life without you near me
The days would all be empty
The nights would seem so long
With you I see forever oh so clearly

I might have been in love before
But it never felt this strong
Our dreams are young and we both know
They'll take us where we want to go
Hold me now
Touch me now
I don't want to live without you
Q
Chorus :
Nothing's gonna change my love for you
You ought to know by now how much I love you
One thing you can be sure of
I'll never ask for more than your love
Nothing's gonna change my love for you
You ought to know by now how much I love you
Q
If the road ahead is not so easy
Our love will lead the way for us
Like a guiding star
I'll be there for you if you should need me
You don't have to change a thing
I love you just the way you are
So come with me and share the view
I'll help you see forever too
Hold me now
Touch me now
I don't want to live without you
Q
[Chorus]
Q
ขอบคุณกิ๊กที่นำพาบทเพลงดีๆและซาบซึ้งแบบนี้มาให้

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เตะบอลหนามกีฬา

คลิปวิดีโอที่ได้มาจากเพื่อนฮัด สมัยเตะบอลที่สนามกีฬา น่าจะผ่านมาได้ 4 ปีแล้วมั้ง



เห็นท่าทางตัวเองแล้วก็ตลกดีจัง ^.^ 555 (แบบว่าอย่างฮา)

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กิ่งไม้รวมกันเป็น "กิ่ง"

เบื้องหลังภาพผลงาน "ภาษาธรรมชาติ" ตอนแรกก็ฟุ้งไว้หลายอย่างว่าจะทำออกมาแบบไหนดีหรือพยายามหลุดจากสิ่งที่เคยทำ เอากิ่งไม้มาต่อเป็นหน้าเธอ ทำเป็นงานประติมากรรม อะไรอีกหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกทำตามสัญชาตญาณที่เรามีดีกว่า...














พื้นที่ในการสร้างสรรค์งาน (หลังจากเดินสำรวจอยู่ซักพัก)

สถานที่ลานสนามหญ้าหน้าโบสถ์ รอบรั้วแก้ว "วันเทพศิรินทราวาส"















กิ่งไม้ที่เก็บและรวบรวมมาได้ (กิ่งไม้ทุกกิ่งเก็บตามทางเดินที่มันหลุดร่วงมาจากก้านของลำต้น ไม่ได้ไปเด็ดดึงหรือทำลายระบบนิเวศน์แต่อย่างใด)

ถึงจะเลือกทำในสิ่งที่คุ้นเคย แต่ก็ยังหวั่นๆว่าจะทำได้รึเปล่า เพราะสิ่งที่ปะทะอยู่นี้มันเกินขอบเขตที่เคยทำมา และตอนนั้นยังไม่ได้ทำงาน "ภาษาเทคโนโลยี" ออกมาด้วย

ตั้งสติ สูดหายใจฝอดใหญ่... เฮ้ย สู้เว้ย!!!















วางๆดูก่อน















เริ่มพิถีพิถัน





























เฮ้ยๆ แม่งได้วะ ไปต่อได้ๆ (แบบว่าตื้นเต้นเล็กน้อย)















ใส่เส้น grid หลวมๆเข้าไปหน่อย (พอถึงตอนนี้ก็ไหลเลย)















ประคบประหงมน่าดู















ขอบคุณพี่คนนั้น (น่าจะเป็นเด็กวัด) ที่ช่วยถ่ายภาพให้















ทำด้วยมือ ส่งผ่านมาจากใจ















ตอนแรกไม้เอก จะทำด้วยใบไม้แต่คิดว่ามันคงกลืนกับพื้นหญ้า และพอดีไปทำที่วัดเทพแล้วเห็นดอกรำเพยเรียงรายอยู่ ไม่ต้องคิดไรมากเลย ลูกแม่รำเพย อย่างเรา (มีแต่ดอกรำเพยนี่แหละที่เด็ดมา เพราะต้องการความสดและชีวิตชีวาขณะนั้นจริงๆ)

































พอทำเสร็จแทบจะหาวิธีหรือทำไงก็ได้ ที่จะเอาผลงานครั้งนี้กลับบ้าน (ถ้ามีจอบหรือเสียมวางอยู่ขุดจริงๆนะ)


















สุดท้ายก็ได้แต่ยืนดูและชื่นชมผลงานตัวเอง
ก็อย่างที่บอกเราหยิบยืมธรรมชาติมา ก็ต้องปล่อยให้ธรรมชาติของเวลาดูแลมัน















บุหรี่ซักตัวภายใต้ร่มไม้จากแสงแดด...

ณ วันที่ 13 กันยายน 2551
ช่วงเวลายามบ่าย

ขอบคุณพี๋เจ๋งที่ให้ยืมกล้องมาบันทึกผลงาน

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นี่คือ "ความรัก" (This Is Love)

ผมได้พบและทำความรู้จักเธอในระหว่างที่เธออยู่ในหน้าที่การงาน เธอผู้นี้แทบจะเหมือนภาพแรกของผู้หญิงที่มีอยู่ในมโนภาพของผมเรื่อยมา...

"ผู้หญิงผมยาว หน้าไทย ผิวน้ำผึ้ง หน้าเรียวเข้ารูป รูปร่างได้สัดส่วน"
(กับความงามเชิงนามธรรม)

และเมื่อเวลาผ่านไป... ความสัมพันธ์ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในระดับนึง


















"ธรรมชาติคือการก่อเกิด" (หยิบยืมธรรมชาติมาทำงานศิลปะ)



















"เทคโนโลยีคือการนำพา" (ใช้โปรแกรมในคอมฯมาทำงานออกแบบ)
Font โครงสร้างและจริตบางส่วน "Tp Tankhun" (ทีพี แทนคุณ)

"เราพึ่งพาเทคโนโลยี แต่เราควรฟังเสียงธรรมชาติควบคู่กันไป"















ภาพก่อนที่ผลงานจะถูกรวบรวมในรูปแบบของผลงาน [format]
(ตอนนี้กำลังคิดหนักเลยเพราะกรอบรูปที่ร้านมี ไม่ใกล้เคียงกับภาพที่มีอยู่ในหัว)

และผมได้นำสิ่งของดังกล่าวไปให้เธอเนื่องในวันเกิด...

หลังจากที่รูปแบบผลงานได้ถูกห่อหุ้มด้วยสิ่งที่เรียกว่า "กระดาษห่อของขวัญ"

































"บ่อ สื่อ ฮะ เสีย" (คิดอะไร ทำอะไร ก็ดีไปหมด)

ร่างต้นฉบับกำกับคำ โดย "อาม่าฮัวม่า"
แปลคำไทย โดย "แม่"
ลงอักขระ โดย "อาแปะเขียนแผ่นตุ้ยเลี้ยง"(หน้าปากซอยฝั่งตรงข้ามบ้าน)
ปิดผนึก โดย "ผมเอง"

ขอบคุณพี่ๆน้องๆเพื่อนๆและแฟนเพื่อนทุกคนกับส่วนร่วม
ในเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ครั้งนี้!!!

และเหนือสิ่งอื่นใดนั้น...

"ขอบคุณมากนะ กิ่ง"

"เราขอบคุณมากจริงๆ"

"ขอให้มีชีวิตที่งดงาม และสวยสพรั่งแบบนี้เรื่อยไปและตลอดไป"
-

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Experimental Photography & Digital Sound Design

ภาพบรรยายกาศนิทรรศการ "Experimental Photography & Digital Sound Design" ระหว่างวันที่ 7-13 ตุลาคม 2548 ณ Photography Bar

ขอบอกไว้ก่อนว่าภาพทุกภาพได้มาจากเพื่อน เพราะติดงานเสร็จก็รีบบึ๋งกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า(ที่แสดงงานอยู่ใกล้บ้าน) รีบจนลืมหยิบกล้องมาเลย และก็เห็นเพื่อนแม่งมีกล้องกันหมดเลย เออ!!! เดี๋ยวไปขอภาพจากพวกมันแล้วกัน (ภาพจาก Robo ตอง)















กำลังง่วนเลย เพื่อนมากันแล้ว แต่ยังติดงานไม่เสร็จเลย



















เริ่มสร้างบรรยกาศกันแล้ว















จะเปิดงานแล้วยังไม่มี visual ให้ปะทะกับคนภายนอกเลย ด้นสดกันซะเลย ฟน ฝ่น ฝ้น ฝ๊น ฝ๋น (บริบทของการขีดเขียน)















เปิดนิทรรศการ















เบิกร่องด้วยงาน "Digital Sound Design" ชั้นเรียนของอาจารย์ตุล

ชมนิทรรศการ แบบอะไรดีว๋า อ๋อ!!! Casual แบบ เบิร์ด เบิร์ด










































คนขวาคือเพื่อนฮัด คนซ้ายใครก็ไม่รู้ ไม่เกี่ยวกับเขาเลย ทำเป็นซึมซับงานศิลปะ มาทำไมวะมึง ฮา ฮา ฮ่า















งานของฮัด "ก่อคือสร้าง สร้างคือก่อ"















สิ่งที่คู่กันย่อมคู่กัน ระหว่างของเหลวกับแก้วน้ำ แต่แก้วน้ำสองใบนี้เป็นแค่เพียงสิ่งที่เคียงกัน
(ไม่มีไร เห็นภาพแล้วอยากดัดจริตสื่อสารอะไรมึนๆ)















ไอ้กานต์ มือกีตาร์ แห่งคณะ Band New SunSet ขอบคุณที่ชอบงานกู ดูงานซักแป๊ป แทบจะขอซื้องานผมเลย(ขนาดนั้นเลย)

และขณะนี้ได้มีอัลบั้มใหม่วางแผงแล้ว มีคำร้องภาษาไทยด้วย ขอบอก CD package
สวยมากทั้งเรื่องของ form และ concept เยี่ยมๆ(ช่วยขายของกันหน่อย ฮา ฮา ฮ่า)
http://www.myspace.com/brandnewsunset















เริ่มก่อหวอดกันแล้ว


































คนเสื้อส้มอาจารย์ตุลย์ แห่งคณะอพาร์ทเมนท์คุณป้า(ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว)



















"อาจารย์กิด"



















อ้าว!!! ได้เวลาไซคีเดลิกกันแล้ว



















เหวี่ยงสาด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



















พิ๊มไปป์ (พูดได้แค่นี้เพราะจะให้นิยามผู้ชายคนนี้คงไม่จบด้วยแค่การสื่อสารผ่านตัวอักษร ฮา ฮา ฮ่า)















รวมหมู่แต่ยังตกหล่น กูหายไปไหนวะเนี่ย เซ็งสาดดดดดดดดดดดดด

เป็นอีกค่ำคืนที่ผมมีความสุข ได้แสดงผลงานในที่ที่่ศิลปินดังๆเคยแสดงงาน การกินเหล้า เฮฮา กับเพื่อนหมู่มาก และบทสนทนาที่มิอาจลืมเลือน

ขอบคุณมากครับอาจารย์กิด
ผม ผม ผม.........................
ขอบคุณอาจารย์มากจริงๆครับ