แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แรงบันดาลใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แรงบันดาลใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

ตามหา

สวัสดีมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่านครับ!!!

ห่างเหินจากการอัพบล็อกไปนานพอสมควร และคิดว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะเข้ามาเพิ่มเติมเรื่องราวในบล็อก

พอดีวันนี้เปิดคอมขึ้นมา เพื่อหาเพลงฟังเปิดไปเปิดมา ไปเจอเพลง "บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต" มาสะดุดกับ comment ข้างล่าง รู้สึกสิ่งที่เขาเขียนให้อะไรกับเราพอสมควร จึงจัดการ Capture มาเก็บไว้ในบล็อกเสียเลย



ขอบคุณคุณ Pikajuful

แต่สำหรับตัวผมเองแล้ว ผมยังไม่หยุดนะ
ผมจะหยุด...ก็ต่อเมื่อผมหมดลมหายใจ
-

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

จุดเริ่มต้นของการพักอาศัยในอพาร์ทเมนต์

Qช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร!!! ผมฟังเพลง "ปรากฏการณ์" ของคณะอพาร์ทเมนต์คุณป้าบ่อยเหลือเกิน!!! ทำให้จึงอยากเล่าที่มาเรื่องราวที่มีไม่มากนัก ก่อนที่ผมจะมาเป็นแฟนเพลงของวงดนตรีวงนี้(เดี๋ยวขอพักเรื่องไปเที่ยวพะเยาก่อนนะครับกลัวว่าเดี๋ยวจะเอียนกันไปก่อน ขอคั่นกลางด้วยเรื่องนี้ก่อนนะครับ!!!)

ผมได้เห็นและรู้จักวง "อพาร์ทเมนต์คุณป้า" ครั้งแรกในมิวสิควีดีโอเพลง "กำแพง"(เป็นเพลงเปิดตัวของวง) ฟังแล้วรู้ว่าเป็นเพลงที่มีความหมายดี แต่รวมๆแล้วยังไม่ได้ติดใจอะไร และเมื่อปีที่ผ่านมาผมโดนเพื่อนร่วมงานที่ชื่อ "โน" เปิดเพลง "ลิปสติกบนลิปสติก" ของอพาร์ทเมนต์คุณป้ากรอกหูอยู่พักใหญ่!!!(เป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้มที่ 3 แต่ในช่วงที่ได้ฟังเขาตัดออกมาเป็น EP ให้ฟังก่อน) แล้วโนก็ได้ขยายความถึงที่มาของเพลงๆนี้ให้ฟัง!!!

อืม...เป็นเพลงที่ถ่ายทอดมาจากเรื่องราวส่วนตัวและก็เปรียบเปรยได้น่าฟัง!!!
(แต่ก็อย่างที่บอกมันยังไม่โดนอะ!!!)

จนในเวลาไล่เลี่ยกัน...ผมจะไปหาซื้อ CD ของวงภูมิจิตมาฟัง ไปถามหาร้านที่ควรจะมีมาสองร้านต่างบอกว่าหมด!!! ด้วยความตั้งใจที่จะมาหาอะไรฟัง หรือกลับไปบ้านน่าจะมีอะไรติดมือไปหน่อย วงอพาร์ทเมนต์คุณป้าก็แวปเข้ามาในหัวผม

"เอาวะ...ซื้อๆไปเหอะเดี๋ยวต้องมีโดนบ้างและ"
(ขณะที่ซีดีอัลบั้มชุดที่สอง "Romantic Comedy" กำลังอยู่ในมือผม)

สุดท้ายผมก็ได้ตัดสินใจซื้อมา!!!
เปิดฟังแล้วก็เพลินดี...แต่ก็ยังไม่ถึงเส้นของอารมณ์ร่วมซักเท่าไร!!!

เวลาผ่านไปเมื่อเข้าเดือนสิงหาเป็นช่วงที่อพาร์ทเมนต์คุณป้ากำลังโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 3 ในชื่อชุด "สมรสและภาระ" พอดีและก็ได้ฟังเพลง "เป็นไปได้ไง" เพลงแรกที่มาเปิดตัวในอัลบั้มนี้

"ฝันว่าตัวเองเป็นนายก เออ...ฟังแล้วก็เพี้ยนดีแหะ"(เป็นเพลงที่เสียดสีการเมืองในขณะนั้น หรือว่าสมานฉันท์ดี)

และก็ตามมาติดๆด้วยเพลงที่ 2 และเป็นเพลงๆนี้เองที่เป็นเพลงจุดประกายให้ผมได้เข้าใจเนื้อหาของเพลงและอินไปกับดนตรีของอพาร์ทเมนต์คุณป้าในเพลงอื่นๆ(คือง่ายๆ...มันฟังแล้วมันเริ่มเข้าเส้นและ!!!)
อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นเพลงนี้มีชื่อเพลงว่า "ปรากฏการณ์" ไปลองฟังเพลงนี้กันก่อนนะครับ



ด้วยเนื้อหาของเพลงที่ไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความหลัง
แต่กลับมาทำความเข้าใจและแปรเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ
มาเป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิตต่อไป...
(บวกกับดนตรีและเสียงสไลด์กีตาร์ที่บดขยี้อารมณ์!!!)

ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยมีประสบการณ์ หรือยังไม่เคยผ่านเรื่องราววังวนนี้มาก่อน
ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ฟังต้องเกิดอาการสะอึกและซาบซึ้งไปกับบทเพลงนี้
ไม่มากก็น้อยแหละครับ!!!

แด่ อพาร์ทเมนต์คุณป้า

และสำหรับทุกๆคนที่มีรอยสักภายในร่างกาย!!!
Q

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สาร เปลี่ยน สื่อ

Q วันนี้ผมได้อ่านบทความของ คุณอาเจริญ วรรธนะสิน ในคอลัมน์ "กีฬาต่างมุม" หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก แล้วรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ในขณะที่อ่านบทความนี้
จบลง ผมคิดและตัดสินใจทันทีว่าจะนำบทความนี้มาบันทึกไว้ในเว็บบล็อกของผม
เพื่อที่จะเก็บไว้เป็นข้อคิดดีๆ และไม่อยากให้หน้าที่ของบทความนี้จบลงไปพร้อมกับสื่อ เมื่อเวลาเลื่อนผ่านเข้าวันใหม่

"แนวคิดชีวิตดีๆ"

Q เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงขอเขียนเรื่องดีๆที่เป็น มงคลแก่ชีวิต รวบรวมแนวคิดชีวิตดีๆ
มาเสนอแด่ดุณผู้อ่านแฟนๆ ของผมในคอลัมน์นี้

Q นักจิตวิทยายืนยันว่า มนุษย์มักจะจำสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตของเราได้มากกว่า
และนานกว่าความผิดหวังของชีวิต

Q พวกเขายังแนะนำอีกว่า จงบันทึกสิ่งเลวร้ายที่คุณมิพึงปรารถนาไว้บนแผ่นทราย
แต่บันทึกสิ่งดีงามที่คุณชื่นชอบไว้บนแผ่นศิลา

Q เราไม่ควรตำหนิตัวเองจนคุณค่าลดถอย แต่เราควรตั้งความฝันกับเป้าหมายให้สูงเอาไว้ เพราะชีวิตมักจะเป็นไปตามที่คุณประเมินตัวเองไว้เสมอ ถ้าประเมินไว้สูงคุณก็สูงได้ ถ้าประเมินไว้ต่ำคุณก็มักจะได้ต่ำ

Q อนาคตจะเป็นของผู้ที่เชื่อในความสวยงามของความฝัน กุญแจที่จะไขไปสู่ความสำเร็จ คือ การทำให้ความฝันกลายเป็นจริง

Q ถ้าคุณรักชีวิต ชีวิตก็จะรักคุณเป็นการตอบแทน

Q อย่าหวั่นต่อความกดดัน มิใช่เพราะความกดดันดอกหรือ จึงทำให้หินกลายเป็นเพชร
ที่แข็งแกร่ง

Q จงเยียวยาความหลัง มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และต้องมีความหวังกับความฝัน
สำหรับอนาคต

Q จงละทิ้งอีโก้ของคุณให้แก่คนที่คุณรัก แต่อย่าสูญเสียคนที่คุณรักเพราะอีโก้
ของคุณเอง

Q คุณมิได้รับผิดชอบต่อสิ่งที่คนอื่นเขาคิดในตัวคุณ แต่คุณต่างหากต้องรับผิดชอบ
ต่อสิ่งที่คุณทำให้เขาคิดถึงคุณในแนวนั้น

Q ศรัทธาคือความเชื่อที่คุณมองไม่เห็น ถ้าคุณทำความเชื่อให้เป็นจริง รางวัลที่คุณจะได้รับคือ ได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

Q มีคนเปรียบว่า ชีวิตเหมือนกระจกเงา ถ้าคุณมีรอยยิ้มบนใบหน้า รอยยิ้มนั้นก็จะส่องกับมาหาคุณ จงเงี่ยหูคอยฟังให้ดี เพราะโอกาสดีๆ ในชีวิต บางครั้งมันจะเคาะอย่างแผ่วเบาบนบานประตูของบ้านคุณ ชีวิตมนุษย์เหงาเปล่าเปลี่ยว เพราะเขามัวแต่สร้างกำแพง แทนที่จะไปสร้างสะพานข้ามไปสู่ทิศทางต่างๆ

Q สิ่งดีๆ จะกลายเป็นความทรงจำที่ดี สิ่งไม่ดีจะกลายเป็นบทเรียนดีๆ ที่เราจะต้องหาทางแก้ไข ชีวิตจะมีความสุขมากกว่า ถ้าเราสามารถเกิดในสภาพที่มีอายุแปดสิบ
และค่อยๆ คืบคลานเข้าหาอายุสิบแปด

Q พึงสร้างความแข็งแกร่งของอารมณ์ ทำให้จินตนาการของคุณเปี่ยมด้วยคุณภาพ

Q บางทีชีวิตของคุณจะตายหนุ่มเมื่อ 80 แต่ถ้าไร้แนวคิดดีๆ เหล่านี้ คุณอาจจะตายแก่เมื่อ 18 ก็ได้

หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552 หน้าที่ 26
คอลัมน์ "กีฬาต่างมุม"
โดย ศ.เจริญ วรรธนะสิน

ขออนุญาติไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
Q

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กิ่งไม้รวมกันเป็น "กิ่ง"

เบื้องหลังภาพผลงาน "ภาษาธรรมชาติ" ตอนแรกก็ฟุ้งไว้หลายอย่างว่าจะทำออกมาแบบไหนดีหรือพยายามหลุดจากสิ่งที่เคยทำ เอากิ่งไม้มาต่อเป็นหน้าเธอ ทำเป็นงานประติมากรรม อะไรอีกหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกทำตามสัญชาตญาณที่เรามีดีกว่า...














พื้นที่ในการสร้างสรรค์งาน (หลังจากเดินสำรวจอยู่ซักพัก)

สถานที่ลานสนามหญ้าหน้าโบสถ์ รอบรั้วแก้ว "วันเทพศิรินทราวาส"















กิ่งไม้ที่เก็บและรวบรวมมาได้ (กิ่งไม้ทุกกิ่งเก็บตามทางเดินที่มันหลุดร่วงมาจากก้านของลำต้น ไม่ได้ไปเด็ดดึงหรือทำลายระบบนิเวศน์แต่อย่างใด)

ถึงจะเลือกทำในสิ่งที่คุ้นเคย แต่ก็ยังหวั่นๆว่าจะทำได้รึเปล่า เพราะสิ่งที่ปะทะอยู่นี้มันเกินขอบเขตที่เคยทำมา และตอนนั้นยังไม่ได้ทำงาน "ภาษาเทคโนโลยี" ออกมาด้วย

ตั้งสติ สูดหายใจฝอดใหญ่... เฮ้ย สู้เว้ย!!!















วางๆดูก่อน















เริ่มพิถีพิถัน





























เฮ้ยๆ แม่งได้วะ ไปต่อได้ๆ (แบบว่าตื้นเต้นเล็กน้อย)















ใส่เส้น grid หลวมๆเข้าไปหน่อย (พอถึงตอนนี้ก็ไหลเลย)















ประคบประหงมน่าดู















ขอบคุณพี่คนนั้น (น่าจะเป็นเด็กวัด) ที่ช่วยถ่ายภาพให้















ทำด้วยมือ ส่งผ่านมาจากใจ















ตอนแรกไม้เอก จะทำด้วยใบไม้แต่คิดว่ามันคงกลืนกับพื้นหญ้า และพอดีไปทำที่วัดเทพแล้วเห็นดอกรำเพยเรียงรายอยู่ ไม่ต้องคิดไรมากเลย ลูกแม่รำเพย อย่างเรา (มีแต่ดอกรำเพยนี่แหละที่เด็ดมา เพราะต้องการความสดและชีวิตชีวาขณะนั้นจริงๆ)

































พอทำเสร็จแทบจะหาวิธีหรือทำไงก็ได้ ที่จะเอาผลงานครั้งนี้กลับบ้าน (ถ้ามีจอบหรือเสียมวางอยู่ขุดจริงๆนะ)


















สุดท้ายก็ได้แต่ยืนดูและชื่นชมผลงานตัวเอง
ก็อย่างที่บอกเราหยิบยืมธรรมชาติมา ก็ต้องปล่อยให้ธรรมชาติของเวลาดูแลมัน















บุหรี่ซักตัวภายใต้ร่มไม้จากแสงแดด...

ณ วันที่ 13 กันยายน 2551
ช่วงเวลายามบ่าย

ขอบคุณพี๋เจ๋งที่ให้ยืมกล้องมาบันทึกผลงาน

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นี่คือ "ความรัก" (This Is Love)

ผมได้พบและทำความรู้จักเธอในระหว่างที่เธออยู่ในหน้าที่การงาน เธอผู้นี้แทบจะเหมือนภาพแรกของผู้หญิงที่มีอยู่ในมโนภาพของผมเรื่อยมา...

"ผู้หญิงผมยาว หน้าไทย ผิวน้ำผึ้ง หน้าเรียวเข้ารูป รูปร่างได้สัดส่วน"
(กับความงามเชิงนามธรรม)

และเมื่อเวลาผ่านไป... ความสัมพันธ์ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในระดับนึง


















"ธรรมชาติคือการก่อเกิด" (หยิบยืมธรรมชาติมาทำงานศิลปะ)



















"เทคโนโลยีคือการนำพา" (ใช้โปรแกรมในคอมฯมาทำงานออกแบบ)
Font โครงสร้างและจริตบางส่วน "Tp Tankhun" (ทีพี แทนคุณ)

"เราพึ่งพาเทคโนโลยี แต่เราควรฟังเสียงธรรมชาติควบคู่กันไป"















ภาพก่อนที่ผลงานจะถูกรวบรวมในรูปแบบของผลงาน [format]
(ตอนนี้กำลังคิดหนักเลยเพราะกรอบรูปที่ร้านมี ไม่ใกล้เคียงกับภาพที่มีอยู่ในหัว)

และผมได้นำสิ่งของดังกล่าวไปให้เธอเนื่องในวันเกิด...

หลังจากที่รูปแบบผลงานได้ถูกห่อหุ้มด้วยสิ่งที่เรียกว่า "กระดาษห่อของขวัญ"

































"บ่อ สื่อ ฮะ เสีย" (คิดอะไร ทำอะไร ก็ดีไปหมด)

ร่างต้นฉบับกำกับคำ โดย "อาม่าฮัวม่า"
แปลคำไทย โดย "แม่"
ลงอักขระ โดย "อาแปะเขียนแผ่นตุ้ยเลี้ยง"(หน้าปากซอยฝั่งตรงข้ามบ้าน)
ปิดผนึก โดย "ผมเอง"

ขอบคุณพี่ๆน้องๆเพื่อนๆและแฟนเพื่อนทุกคนกับส่วนร่วม
ในเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ครั้งนี้!!!

และเหนือสิ่งอื่นใดนั้น...

"ขอบคุณมากนะ กิ่ง"

"เราขอบคุณมากจริงๆ"

"ขอให้มีชีวิตที่งดงาม และสวยสพรั่งแบบนี้เรื่อยไปและตลอดไป"
-

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ส้ม

เผอิญมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่ผมไปชอบผู้หญิงชื่อ "ส้ม" จึงทำให้เกิดแรงผลักดันในการทำผลงานชิ้นนี้ขึ้นมา (visual มันลอยมาเองลอยนะ)

กลับมาดูงานชิ้นนี้อีกที ทำให้คิดถึงตอนเรียน คอมฯ 1 เลยนะเนี่ย การ Combination คิดว่าเป็นการพัฒนามาจากจุดนั้น

















เออ เอาไปให้เพื่อนคนนึงดูมันบอกไม่ทำให้ครบชุดไปเลยละ "อืม" ก็เลยลองมานั่ง sketch ผลไม้อย่างอื่นดู แต่ไม่ค่อยเวิร์กเลย

เอาไว้เดี๋ยวเสร่อไปชมคนชื่อ แอ็ปเบิ้ล ชมพู่ มันแกว มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ แตงมง แตงโม สารพัดตามแต่อะไรก็ว่ากันไป แล้วค่อยจัดไปแล้วกัน!!!
ฮา ฮา ฮ่า

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2551

อาม่าฮัวม่า Grandmother

ผลงานสมัยเรียนวิชาเลือก
"Experimental Photography"
สอนโดย
อาจารย์ กรกฤช เจียรพินิจนันท์
ศิลปินช่างภาพชื่อดัง (ดังจริงๆนะ)

จริงๆวิธีการสอนของอาจารย์ท่านนี้ก็ไม่ได้มุ่งหวังให้เรา ตั้งหน้าตั้งตาทดลองถ่ายภาพแปลกๆเล่นกับเทคนิคต่างๆซักทีเดียวหรอก(ตามชื่อวิชาที่เข้าใจในตอนแรก) แต่จะเป็นในเรื่องของการทำความเข้าใจกับตนเองก่อน หยิบสิ่งที่สนใจนำมาศึกษา(หรือพยายามสนใจ)พัฒนาเป็นความเข้าใจ แปลเปลี่ยนเป็นวิธีคิด แล้วลงมือทำด้วยศักยภาพและสติปัญญาที่เรามีอยู่ในช่วงนั้นๆ ขั้นตอนของการศึกษาก็เริ่มด้วยการแนะนำตัวผู้สอน แนะนำผลงานของผู้สอน(ขอเล่ายาวหน่อยเพราะการได้มาเรียนวิชานี้และคนสอนผู้นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตผม ยิ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งกลับมาเรียนจากการออกไปถามหาคำตอบชีวิตการเป็นนักศึกษาที่ดีอยู่เทอมนึง) นักศึกษานำเสนอผลงานที่ผ่านมา แนะนำตัวเอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อนๆก็เอางานเก่าๆมาให้ดูกัน(จริงๆน่าจะให้อาจารย์ดูเพราะเห็นกันมาหมดแล้ว) ผมก็เอางานภาพถ่ายสมัยเรียน Photography I และถ่ายเล่นเองมานำเสนอ มีการพินิจกันอยู่ครู่นึง แล้วอ.กิดก็ถามเพื่อนว่า เห็นอะไรในงานผม(อยู่หลายรอบ) ถามผมด้วยผมแต่ก็ไม่รู้จะตอบว่าไง งึมงำงึมงำกันไป เพราะงงและรู้สึกดีอยู่เป็นนัย พอเริ่มรู้จักกันแล้วก็เป็นขั้นตอนการนำเสนอหัวข้อที่สนใจ ที่มา แรงบันดาลใจ ตอนแรกเสนอเรื่องชีวิตในซอย อ.กิดบอก "เอา ทำเลย" จัดไป!!! แต่ตอนที่ไปถ่ายเซิร์บๆดันเจออาจงอาเจ็ก อาซิ้ม อาม่า ไล่ตะเพิดกันหน้าดู(ฮา ฮา ฮ่า) รู้สึกถ่ายยาก scale ของพื้นที่การทำงานกว้างไป และการเข้าไปแฝงตัวในชีวิตประจำวันของผู้คนประหนึ่งดุจอากาศยากไปสำหรับมือใหม่อย่างเรา เลยกลับมาพร้อมกับหัวข้อใหม่โดยที่ไม่มีคำถาม?ของการเปลี่ยนแปลง(หรือมีจำไม่ได้แล้ว)

ผม "ผมขอเปลี่ยนเป็นชีวิตอาม่าผมครับ" (สาทยายความเป็นอาม่านิดหน่อย)
อ.กิด "เอา ทำเลย" ยิ้ม (อีกแล้ว จัดไป!!!)

สิ่งที่ทำให้เลือกทำหัวข้อนี้ก็เพราะ(จริงๆก็มีอยู่ในใจตอนแรกอยู่แล้ว) ช่วง 2 เดือนก่อนหน้านั้นเป็นช่วงที่อาม่าไหล่ม่าเพิ่งเสียไป(ย่า) มีเพียงความทรงจำกับภาพในหัวที่ยังหลงเหลืออยู่(หรือมีอย่างท่วมท้น)ให้ได้รำลึกในยามคิดถึงหรือเจอเรื่องสะกิดใจ แล้วเรื่องราวต่างๆที่เกิดตามมาอย่างไม่คาดคิด(ลึกไปแล้วคิว ลึกไปแล้วมึง ฮา ฮา ฮ่า) จึงตัดสินใจที่จะทำเรื่องของอาม่าฮัวม่า(ยาย) ก่อนที่เงื่อนไขของเวลาจะมาทักทายคนใกล้ตัวของเราอีกครั้งหนึ่ง

ภาพผลงาน(ภาพทุกภาพเป็นภาพที่ได้ถูกคัดเลือกและนำไปแสดงในนิทรรศการ "Experimental Photography & Digital Sound Design " ณ Photography Bar)














































































































































































































































































































































กมลธรรม เรืองวุฒิสกุลชัย
อาม่าฮัวม่า
ชีวิตของอาม่า ของผม
ภาพถ่ายสี และ ขาวดำ ขนาด 8x12 นิ้ว 12x16 นิ้ว
จำนวน 21ภาพ

"ภาพถ่ายทดลองโดยใช้ความซื่อในการเล่าเรื่อง "

(Thank You Robo สำหรับกล้องถ่ายรูป)