กระพริบ แต่ไม่กระซิบ "ตึกตัก ตึกตัก"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลงานการออกแบบเรขศิลป์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลงานการออกแบบเรขศิลป์ แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ตราสัญลักษณ์ "กมลธรรม"
"กมลธรรม"
"กมล" + "ธรรม"
กมล
[กะมน] (แบบ) น. บัว เช่น บาทกมล. (สมุทรโฆษ); ใจ เช่น ดวงกมล.
ว. เหมือนบัว เช่น เต้าสุวรรณกมลคนที. (ม. คําหลวง หิมพานต์),
บางทีใช้ว่า กระมล. (ป., ส.).
(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒)
ธรรม ๑, ธรรม, ธรรมะ
[ทํา, ทํามะ] น. คุณความดี เช่น เป็นคนมีธรรมะ เป็นคนมีศีลมีธรรม;
คําสั่งสอนในศาสนา เช่น แสดงธรรม ฟังธรรม ธรรมะของพระพุทธเจ้า;
หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา เช่น ปฏิบัติธรรม ประพฤติธรรม; ความ
ความจริง เช่น ได้ดวงตาเห็นธรรม; ความยุติธรรม, ความถูกต้อง, เช่น
เป็นธรรมในสังคม; กฎ, กฎเกณฑ์, เช่น ธรรมะแห่งหมู่คณะ; กฎหมาย
เช่น ธรรมะระหว่างประเทศ; สิ่งทั้งหลาย, สิ่งของ, เช่น เครื่องไทยธรรม.
(ส. ธรฺม; ป. ธมฺม).
เมื่อดูจากความหมายข้างต้นของ "กมล" เป็นความหมายที่สามารถสื่อสารออกมาเป็นภาพได้ แต่เมื่อมองถึงสิ่งที่จะนำมาใช้ร่วมกับ "ธรรม" คำว่า บัว น่าจะตกไป (ใจดูมีความหมายลึกซึ้งมากกว่า)
ใจ
น. สิ่งที่ทําหน้าที่รู้ รู้สึก นึก และคิด เช่น ใจก็คิดว่าอย่างนั้น, หัวใจ เช่น
ใจเต้น, ลมหายใจ เช่น กลั้นใจ อึดใจ หายใจ, ความรู้สึกนึกคิด เช่น ใจคด
ใจซื่อ; จุดสำคัญของบางสิ่งบางอย่าง เช่น ใจมือ, บริเวณที่ถือว่าเป็นจุด
สำคัญของสถานที่ เช่นใจบ้านใจเมือง.
(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒)

Symbol ของ หัวใจที่เป็นสากล

Symbol ของ "กมล" (ตามรสนิยมของผม)
ในส่วนของ "ธรรม" หมายถึง คุณความดี, ความชอบ; คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา; การปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา
ยังมองไม่เห็น สื่อสารเป็นภาพยังไม่ได้ วิเคราะห์จากความหมายที่ได้ "คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา; การปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา"
คำถาม "พระพุทธศาสนาก่อเกิดขึ้นได้อย่างไร"
คำตอบ "การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า"
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะมีพระชนม์ได้ 29 พรรษาก็ได้มีเหตุดลใจให้เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวช เพราะขณะเสด็จประพาสพระราชอุทยานทรงเห็น คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และบรรพชิต ดังนั้นพระองค์ทรงคิดหาทางดับทุกข์ดังกล่าว โดยทรงตัดสินพระทัย ออกบวช ในระหว่างบำเพ็ญพรต เพื่อหาสัจธรรมนั้น ได้ทรงเลือกนั่งประทับที่โคน ต้นโพธิ์จนกระทั่งพระองค์ได้ตรัสรู้ พระสัมมาสัมโพธิญาน คือ อริยสัตย์ 4 อันประกอบด้วย ทุกข์ สมุห์ทัย นิโรธ มรรค
ข้อมูลจากhttp://www.dnp.go.th/nursery/pud/po.htm,http://www.geocities.com/sittisak969/history.html
โพธิ, โพธิ์
[โพทิ, โพ] น. ความตรัสรู้; ชื่อต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า,
บัดนี้หมายถึงต้นไม้จําพวกโพ. (ป., ส.).
(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒)
โพธิ์
คำแปล2
[โพ] (มค. โพธิ) น. ความตรัสรู้; ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าได้ประทับ ณ ภายใต้ แล้วได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า (เหมือน โพธิ).
(พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร)
"กมลธรรม" มีความหมายว่า "ผู้ที่มีคุณความดีอยู่ในหัวใจ"

"คิวยิ้ม" "กมลธรรมอิ่มเอม"
ตอนนี้มี Logo ของตนเอง 2 แบบแล้ว คงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมเสียแล้ว
ฮา ฮา ฮ่า
"กมล" + "ธรรม"
กมล
[กะมน] (แบบ) น. บัว เช่น บาทกมล. (สมุทรโฆษ); ใจ เช่น ดวงกมล.
ว. เหมือนบัว เช่น เต้าสุวรรณกมลคนที. (ม. คําหลวง หิมพานต์),
บางทีใช้ว่า กระมล. (ป., ส.).
(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒)
ธรรม ๑, ธรรม, ธรรมะ
[ทํา, ทํามะ] น. คุณความดี เช่น เป็นคนมีธรรมะ เป็นคนมีศีลมีธรรม;
คําสั่งสอนในศาสนา เช่น แสดงธรรม ฟังธรรม ธรรมะของพระพุทธเจ้า;
หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา เช่น ปฏิบัติธรรม ประพฤติธรรม; ความ
ความจริง เช่น ได้ดวงตาเห็นธรรม; ความยุติธรรม, ความถูกต้อง, เช่น
เป็นธรรมในสังคม; กฎ, กฎเกณฑ์, เช่น ธรรมะแห่งหมู่คณะ; กฎหมาย
เช่น ธรรมะระหว่างประเทศ; สิ่งทั้งหลาย, สิ่งของ, เช่น เครื่องไทยธรรม.
(ส. ธรฺม; ป. ธมฺม).
เมื่อดูจากความหมายข้างต้นของ "กมล" เป็นความหมายที่สามารถสื่อสารออกมาเป็นภาพได้ แต่เมื่อมองถึงสิ่งที่จะนำมาใช้ร่วมกับ "ธรรม" คำว่า บัว น่าจะตกไป (ใจดูมีความหมายลึกซึ้งมากกว่า)
ใจ
น. สิ่งที่ทําหน้าที่รู้ รู้สึก นึก และคิด เช่น ใจก็คิดว่าอย่างนั้น, หัวใจ เช่น
ใจเต้น, ลมหายใจ เช่น กลั้นใจ อึดใจ หายใจ, ความรู้สึกนึกคิด เช่น ใจคด
ใจซื่อ; จุดสำคัญของบางสิ่งบางอย่าง เช่น ใจมือ, บริเวณที่ถือว่าเป็นจุด
สำคัญของสถานที่ เช่นใจบ้านใจเมือง.
(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒)

Symbol ของ หัวใจที่เป็นสากล

Symbol ของ "กมล" (ตามรสนิยมของผม)
ในส่วนของ "ธรรม" หมายถึง คุณความดี, ความชอบ; คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา; การปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา
ยังมองไม่เห็น สื่อสารเป็นภาพยังไม่ได้ วิเคราะห์จากความหมายที่ได้ "คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา; การปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา"
คำถาม "พระพุทธศาสนาก่อเกิดขึ้นได้อย่างไร"
คำตอบ "การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า"
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะมีพระชนม์ได้ 29 พรรษาก็ได้มีเหตุดลใจให้เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวช เพราะขณะเสด็จประพาสพระราชอุทยานทรงเห็น คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และบรรพชิต ดังนั้นพระองค์ทรงคิดหาทางดับทุกข์ดังกล่าว โดยทรงตัดสินพระทัย ออกบวช ในระหว่างบำเพ็ญพรต เพื่อหาสัจธรรมนั้น ได้ทรงเลือกนั่งประทับที่โคน ต้นโพธิ์จนกระทั่งพระองค์ได้ตรัสรู้ พระสัมมาสัมโพธิญาน คือ อริยสัตย์ 4 อันประกอบด้วย ทุกข์ สมุห์ทัย นิโรธ มรรค
ข้อมูลจากhttp://www.dnp.go.th/nursery/pud/po.htm,http://www.geocities.com/sittisak969/history.html
โพธิ, โพธิ์
[โพทิ, โพ] น. ความตรัสรู้; ชื่อต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า,
บัดนี้หมายถึงต้นไม้จําพวกโพ. (ป., ส.).
(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒)
โพธิ์
คำแปล2
[โพ] (มค. โพธิ) น. ความตรัสรู้; ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าได้ประทับ ณ ภายใต้ แล้วได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า (เหมือน โพธิ).
(พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร)
"กมล" "ธรรม" ยังไม่เป็น "กมลธรรม"
นั่งคิดอยู่ครู่นึง เพื่อนร่วมงานก็ทัก "คิว ต้องอีกนิดนึงวะ ต้องเอามารวมกันหน่อย" ยังไม่มีความเป็นเอกภาพว่างั้น (อืมๆ Thank You Manoman!!!)
"กมลธรรม" มีความหมายว่า "ผู้ที่มีคุณความดีอยู่ในหัวใจ"

"คิวยิ้ม" "กมลธรรมอิ่มเอม"
ตอนนี้มี Logo ของตนเอง 2 แบบแล้ว คงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมเสียแล้ว
ฮา ฮา ฮ่า
หมายเหตุ : บทความนี้ได้ถูกแก้ไขตัดทอนเนื้อหาบางส่วนมื่อวันที่ 10 พ.ย. 08
วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551
My Illustration
วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551
ศิลปนิพนธ์ ตึ๋ง หนั่ง เปี้ย อัฟ (กล่องขนมชาวจีน)
Degree Project ของผม ชื่ออย่างเป็นทางการ
"โครงการออกแบบเรขศิลป์บนบรรจุภัณฑ์ขนมชาวจีน ตามงานเทศกาลต่างๆ"
บทคัดย้อย่อ
เห็นอยู่มานาน แต่เหมือนอยู่อย่างนั้น อะไรใหม่ๆเข้ามาแต่ก็ยังอยู่เหมือนเดิม เห็นก็กินไม่เห็นก็ไม่เรียกหา ครั้นถึงเทศกาลเสนุกสนานไปกับความพิเศษของธรรมเนียมต่างๆ แต่ไม่เคยรู้ว่าเขาทำไรกัน อยากให้สองสิ่งคล้องจองกัน ผลักดันซึ่งกันละกัน เห็นกล่องแล้วอยากกินหนม กินหนมแล้วหยิบกล่องมาดูได้ความรู้พอประมาณ ที่มาของงานสุดท้ายในชีวิตการศึกษาภาคทฤษฎีขั้นต้นของผม
อาจารย์ที่ปรึกษา อ.นลินี ทองแท้
สามารถดูบทคัดย่อจริงๆ ได้ที่
http://fab.bu.ac.th/communication/projects/thesis49/students/kamolthum.htm
(อ่านแต่บทคัดย่อนะครับ มาดูรูปที่นี่ เพราะตอนนั้นอยู่ในช่วง "เอาแล่ว" ยังไม่ได้เช่าสตูดิโอถ่าย โม้ไปนั้น)
และสามารถดูผลงานดีๆน่าสนใจของนักออกแบบท่านอื่นในสถานะนักศึกษาการออกแบบได้ที่
http://fab.bu.ac.th/communication/index.php?option=com_content&task=blogcategory&id=127&Itemid=70

Logo Design : ร้านขนมหยักเค็ง (ชื่ออาม่าฮัวม่า) ดึงเอาเอกลักษณ์เส้นสายและการทอดตัวของตัวพิมพ์จีนสมัยใหม่ ที่จะพบเห็นได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์จีน ดึงมาประยุกต์ใช้ร่วมกับตัวอักษรไทย
กล่องปกติ

มาจากภาพเขียนโบราณที่ให้ความรู้สึกเวิ้งว้างว่างเปล่า แต่แลดูมั่นคงในขณะเดียวกันแสดงความเป็นหยินหยาง ปรับเปลี่ยนลายเส้นให้ดูร่วมสมัยและนำปรัชญาของเต๋ามาประดับไว้กับภาพให้ผลักดันซึ่งกันละกัน การจัดวางตัวอักษรหยิบยืมการวางตัวอักษรของจีนมาใช้ แต่วิธีอ่านยังเป็นแบบไทย (โดยการวางตัวอักษรลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นร้านขนมหยักเค็ง)

เราเชื่อเต๋า เราฟังเต๋า แต่เราขอเดินตามวิถีทางของเรา

มาจากธรรมเนียมการนำผลส้ม 4 ผล ไปไหว้และอวยพรญาติผู้ใหญ่หรือญาติมิตร โดยเจ้าบ้านจะรับผลส้มไว้ 2 ผล แล้วนำผลส้มีที่บ้าน 2 ผล เปลี่ยนกับผลส้ม 2 ผล ของแขกแล้วคืนผลส้ม 4 ผล ให้กับแขก การแลกผลส้มจึงมีความนัยว่าต่างฝ่ายต่างนำความโชคดีมอบให้แก่กัน
ส้ม สำหรับคนจีนถือเป็นผลไม้สิริมงคล
ส้ม คำจีนเรียกว่า "กา" อีกคำหนึ่งเรียกว่า "ไต้กิก"
ไต้ แลปว่า ใหญ่ กิก แปลว่า มิ่งขวัญ มงคล ดีงาม
"ไต้กิก" จึงแปลว่า มหาโชคดีหรือมหามงคล
ส่วนตรงบริเวณที่ใส่ผลส้ม หน้ากล่องทำการเจาะกระดาษเป็นอักษรมงคล ได้แก่ ฮก ลก ซิ่ว และซังฮี่ เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลต่อผู้ซื้อและผู้รับ


มาจากในช่วงเดือน 7 ของจีน คนจีนถือว่าเป็นเดือนผี เพราะตั้งแต่วันแรกของเดือนเป็นวันเปิดยมโลกให้ผีหรือดวงวิญญาณทั้งหลายได้ออกมารับส่วนบุญในโลกมนุษย์ ทำให้เทศกาลสารทจีนนอกจากการไหว้เจ้าและการไหว้บรรพบุรุษแล้ว ยังมีธรรมเนียมการไหว้ผีไม่มีญาติ(ไป๊ฮ้อเฮียตี๋) โดยจะไหว้บริเวณนอกบ้านก่อนที่จะทำการไหว้ จะมีการนำธูปไปปักตามถนนหนทางจากที่ไกลเข้ามาหาที่บ้าน เป็นการเรียกดวงวิญญาณให้ตามควันธูป มากินของเซ่นไหว้ที่บ้าน

มาจากความเชื่อของคนจีนในสมัยโบราณ ว่ามีกระต่ายปรุงยาอายุวัฒนะอยู่บนพระจันทร์อยู่คู่กับนกสามขา นกวิเศษของพระอาทิตย์เพื่อรักษาและสร้างสมดุลของหยินหยาง จึงออกแบบด้วยการเจาะกระดาษเป็นตัวกระต่ายที่กำลังตำยา เพื่อสามารถมองเห็นความสวยงามของขนมไหว้พระจันทร์

นี่คือ design แรกที่ทำไว้ แต่ตอนที่เสนออาจารย์กับคณะกรรมการ กลับมีเสียงหัวเราะดังทั่วห้อง บางท่านก็อมยิ้ม และคำแนะนำจากอาจารย์ท่านหนึ่ง "คุณขายขนมนะ นี่มันแรงไป" บวกกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มแล้วเสียงหัวเราะเบาๆ ฮึ ฮึ ฮึ !!!
เทศกาลกินเจ
เริ่มกินตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 9 เก้าโหว่ยเจ ฤดูชิว

มาจากในช่วงเทศกาลกินเจ คนที่กินเจอยู่ในศีลจะนุ่งขาวห่มขาวตลอดระยะเวลาการกินเจ สีเหลืองกับสีแดงถือเป็นสัญลักษณ์ของของการกินเจ ภายในมีปฏิทินช่วงเวลาการกินเจ เพื่อเล่นกับการนับวัน เวลาหยิบขนมมาทาน ส่วนพื้นที่ด้านล่างของปฏิทินนำเสนอข้อมูล ที่มาความสำคัญและสาระต่างๆของการกินเจ
"โครงการออกแบบเรขศิลป์บนบรรจุภัณฑ์ขนมชาวจีน ตามงานเทศกาลต่างๆ"
บทคัดย้อย่อ
เห็นอยู่มานาน แต่เหมือนอยู่อย่างนั้น อะไรใหม่ๆเข้ามาแต่ก็ยังอยู่เหมือนเดิม เห็นก็กินไม่เห็นก็ไม่เรียกหา ครั้นถึงเทศกาลเสนุกสนานไปกับความพิเศษของธรรมเนียมต่างๆ แต่ไม่เคยรู้ว่าเขาทำไรกัน อยากให้สองสิ่งคล้องจองกัน ผลักดันซึ่งกันละกัน เห็นกล่องแล้วอยากกินหนม กินหนมแล้วหยิบกล่องมาดูได้ความรู้พอประมาณ ที่มาของงานสุดท้ายในชีวิตการศึกษาภาคทฤษฎีขั้นต้นของผม
อาจารย์ที่ปรึกษา อ.นลินี ทองแท้
สามารถดูบทคัดย่อจริงๆ ได้ที่
http://fab.bu.ac.th/communication/projects/thesis49/students/kamolthum.htm
(อ่านแต่บทคัดย่อนะครับ มาดูรูปที่นี่ เพราะตอนนั้นอยู่ในช่วง "เอาแล่ว" ยังไม่ได้เช่าสตูดิโอถ่าย โม้ไปนั้น)
และสามารถดูผลงานดีๆน่าสนใจของนักออกแบบท่านอื่นในสถานะนักศึกษาการออกแบบได้ที่
http://fab.bu.ac.th/communication/index.php?option=com_content&task=blogcategory&id=127&Itemid=70

Logo Design : ร้านขนมหยักเค็ง (ชื่ออาม่าฮัวม่า) ดึงเอาเอกลักษณ์เส้นสายและการทอดตัวของตัวพิมพ์จีนสมัยใหม่ ที่จะพบเห็นได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์จีน ดึงมาประยุกต์ใช้ร่วมกับตัวอักษรไทย
กล่องปกติ

มาจากภาพเขียนโบราณที่ให้ความรู้สึกเวิ้งว้างว่างเปล่า แต่แลดูมั่นคงในขณะเดียวกันแสดงความเป็นหยินหยาง ปรับเปลี่ยนลายเส้นให้ดูร่วมสมัยและนำปรัชญาของเต๋ามาประดับไว้กับภาพให้ผลักดันซึ่งกันละกัน การจัดวางตัวอักษรหยิบยืมการวางตัวอักษรของจีนมาใช้ แต่วิธีอ่านยังเป็นแบบไทย (โดยการวางตัวอักษรลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นร้านขนมหยักเค็ง)

"เมื่อเคลื่อนไหว ทำให้หายหนาว
เมื่อหยุดนิ่ง ทำให้หายร้อน
ผู้มีความนิ่งมีความสงบ
จึงเป็นแบบอย่างอันเลอเลิศ"
ผู้มีความนิ่งมีความสงบ
จึงเป็นแบบอย่างอันเลอเลิศ"
เราเชื่อเต๋า เราฟังเต๋า แต่เราขอเดินตามวิถีทางของเรา

ภายในยังมีซองอั่งเปา บอกถึงสาเหตุทำไมวันตรุษจีนแต่ละปีไม่ตรงกัน (ตอนแสดงงานซองอั่งปาโดยจิ๊กไปหมดเลย) เป็นเพราะปฏิทินจีนเป็นการดูวันทางจันทรคติ คือการกำหนดวันและเดือนโดยดูพระจันทร์เป็นหลัก ส่วนปฏิทินสากลดูวันแบบสุริยคติ เมื่อนำมาปรับใช้เป็นวันในปฏิทินสากล ทำให้วันตรุษจีนหรือวันสำคัญอื่นๆ ไม่มีวันตรงกันในแต่ละปี
แบบที่2

แบบที่2

มาจากธรรมเนียมการนำผลส้ม 4 ผล ไปไหว้และอวยพรญาติผู้ใหญ่หรือญาติมิตร โดยเจ้าบ้านจะรับผลส้มไว้ 2 ผล แล้วนำผลส้มีที่บ้าน 2 ผล เปลี่ยนกับผลส้ม 2 ผล ของแขกแล้วคืนผลส้ม 4 ผล ให้กับแขก การแลกผลส้มจึงมีความนัยว่าต่างฝ่ายต่างนำความโชคดีมอบให้แก่กัน
ส้ม สำหรับคนจีนถือเป็นผลไม้สิริมงคล
ส้ม คำจีนเรียกว่า "กา" อีกคำหนึ่งเรียกว่า "ไต้กิก"
ไต้ แลปว่า ใหญ่ กิก แปลว่า มิ่งขวัญ มงคล ดีงาม
"ไต้กิก" จึงแปลว่า มหาโชคดีหรือมหามงคล
ส่วนตรงบริเวณที่ใส่ผลส้ม หน้ากล่องทำการเจาะกระดาษเป็นอักษรมงคล ได้แก่ ฮก ลก ซิ่ว และซังฮี่ เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลต่อผู้ซื้อและผู้รับ

เทศกาลเช็งเม้ง
15 วันแรกของเดือน 3 ไหว้ครั้งที่ 3 เช็งเม้งโจ่ย ฤดูชุง
15 วันแรกของเดือน 3 ไหว้ครั้งที่ 3 เช็งเม้งโจ่ย ฤดูชุง

มาจากธรรมเนียมการไหว้ ขนมเปี๊ยะนก(เจียวเปี้ย) ซึ่งเป็นของไหว้พิเศษในเทศกาลเช็งเม้ง เพื่อเป็นการสื่อสารให้บรรพบุรุษรับรู้ว่าลูกหลานได้มากราบไหว้ ณ ที่ฮวงซุ้ยแล้ว จึงทำเป็นวิญญาณนกกำลังบินทยานขึ้นไปบนท้องฟ้า บอกกล่าวบรรพบุรุษให้รับรู้ถึงความกตัญญูของลูกหลาน ที่ได้นำสิ่งของอาหารมาเซ่นไหว้ (งานนี้หลายคนบอกค่อนข้างหลุด แต่ผมก็ได้ทำไปตาม mood&tone ที่กำหนดและresearchมา เพราะแดดในวันเช็งเม้งนั้นมันชั่งร้อนแรงเหลือเกิน สีเลยต้องสดๆ ฮา ฮา ฮา)


มาจากในช่วงเดือน 7 ของจีน คนจีนถือว่าเป็นเดือนผี เพราะตั้งแต่วันแรกของเดือนเป็นวันเปิดยมโลกให้ผีหรือดวงวิญญาณทั้งหลายได้ออกมารับส่วนบุญในโลกมนุษย์ ทำให้เทศกาลสารทจีนนอกจากการไหว้เจ้าและการไหว้บรรพบุรุษแล้ว ยังมีธรรมเนียมการไหว้ผีไม่มีญาติ(ไป๊ฮ้อเฮียตี๋) โดยจะไหว้บริเวณนอกบ้านก่อนที่จะทำการไหว้ จะมีการนำธูปไปปักตามถนนหนทางจากที่ไกลเข้ามาหาที่บ้าน เป็นการเรียกดวงวิญญาณให้ตามควันธูป มากินของเซ่นไหว้ที่บ้าน

มาจากความเชื่อของคนจีนในสมัยโบราณ ว่ามีกระต่ายปรุงยาอายุวัฒนะอยู่บนพระจันทร์อยู่คู่กับนกสามขา นกวิเศษของพระอาทิตย์เพื่อรักษาและสร้างสมดุลของหยินหยาง จึงออกแบบด้วยการเจาะกระดาษเป็นตัวกระต่ายที่กำลังตำยา เพื่อสามารถมองเห็นความสวยงามของขนมไหว้พระจันทร์

ภายในยังมีสารลับของตำนานในวันไหว้พระจันทร์ จากการกู้ชาติจากมองโกลของชาวจีน โดยการใส่ข้อความไว้ในขนมไหว้พระจันทร์ นัดหมายฆ่าล้างมองโกลในวันตงชิว (วันกึ่งกลางฤดูชิว)


นี่คือ design แรกที่ทำไว้ แต่ตอนที่เสนออาจารย์กับคณะกรรมการ กลับมีเสียงหัวเราะดังทั่วห้อง บางท่านก็อมยิ้ม และคำแนะนำจากอาจารย์ท่านหนึ่ง "คุณขายขนมนะ นี่มันแรงไป" บวกกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มแล้วเสียงหัวเราะเบาๆ ฮึ ฮึ ฮึ !!!
เทศกาลกินเจ
เริ่มกินตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 9 เก้าโหว่ยเจ ฤดูชิว

มาจากในช่วงเทศกาลกินเจ คนที่กินเจอยู่ในศีลจะนุ่งขาวห่มขาวตลอดระยะเวลาการกินเจ สีเหลืองกับสีแดงถือเป็นสัญลักษณ์ของของการกินเจ ภายในมีปฏิทินช่วงเวลาการกินเจ เพื่อเล่นกับการนับวัน เวลาหยิบขนมมาทาน ส่วนพื้นที่ด้านล่างของปฏิทินนำเสนอข้อมูล ที่มาความสำคัญและสาระต่างๆของการกินเจ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















